วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2558
วันอังคารที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2556
ยุพิน สะอาดยิ่ง
ชื่อเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องการบวก
การลบ
การคูณและการหารเศษส่วนโดยใช้แบบฝึกทักษะ
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนอนุบาลรัตนบุรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์
เขต 2
ภาคเรียนที่
1 ปีการศึกษา 2555
ผู้วิจัย ยุพิน สะอาดยิ่ง
ปีการศึกษา 2555
บทคัดย่อ
การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องการบวก การลบ
การคูณและการหารเศษส่วนโดยใช้แบบฝึกทักษะ
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอนุบาลรัตนบุรี สำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์
เขต 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555
มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
เรื่องการบวก การลบ การคูณ และการหารเศษส่วนโดยใช้แบบฝึกทักษะ
ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 75/75
2) เพื่อหาดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก
การลบ การคูณและการหารเศษส่วน 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
เรื่อง
การบวก การลบ การคูณ และการหารเศษส่วนโดยใช้แบบฝึกทักษะ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนหลังการใช้แบบฝึกทักษะเรื่องการบวก
การลบ การคูณ และการหารเศษส่วน
ประชากรและกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้
เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียน
อนุบาลรัตนบุรี
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ 1) แผนการจัด
การเรียนรู้
จำนวน 14 แผน 2) แบบฝึกทักษะจำนวน 14 ชุด ชุดละ 3 กิจกรรม รวมทั้งสิ้น 42 กิจกรรม
3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
จำนวน 30 ขอ เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก
4) แบบสอบถามความพึงพอใจ 1 ชุดประกอบด้วยข้อคำถาม 15 ข้อ เป็นแบบมาตรส่วนประมาณค่า
5 ระดับ สถิติที่ใช้ได้แก่
ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานโดยใช้ t-test
ผลการวิจัยพบว่า
1. แบบฝึกทักษะมีประสิทธิภาพ 77.45/78.33 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
75/75 ที่ตั้งไว้
2. ดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะ มีค่าเท่ากับ
0.75 แสดงว่าผู้เรียนมีความรู้เพิ่มขึ้น
ร้อยละ 75
3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัย สำคัญทางสถิติที่ระดับ
.01
4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้
เรื่องการบวก การลบ การคูณ และ
การหารเศษส่วนโดยใช้แบบฝึกทักษะอยู่ในระดับมาก
วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2556
เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ นายศุภกร เข็มทอง
ชื่อเรื่อง ผลการใช้บทเรียนออนไลน์ (E-learning) เรื่อง การนำเสนอข้อมูลโดยใช้โปรแกรม
ไมโครซอฟท์เอ็กเซล 2010
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
(คอมพิวเตอร์)
สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ผู้ศึกษา นายศุภกร
เข็มทอง
ปีที่ศึกษา 2555
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ
1) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของของบทเรียนออนไลน์
(E-learning) เรื่องการนำเสนอข้อมูลโดยใช้โปรแกรมไมโครซอฟท์เอ็กเซล
2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์)
สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน
ด้วยบทเรียนออนไลน์
(E-learning) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์)
สำหรับชั้นประถมศึกษา
ปีที่ 6 3) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของการเรียนด้วยบทเรียนออนไลน์
(E-learning)
เรื่อง การนำเสนอข้อมูลโดยใช้โปรแกรมไมโครซอฟท์เอ็กเซล 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียน ด้วยบทเรียนออนไลน์ (E-learning) เรื่องการนำเสนอข้อมูลโดยใช้โปรแกรมไมโครซอฟท์เอ็กเซล 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์)
สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่
6 ภาคเรียนที่
2 ปีการศึกษา 2555 โรงเรียนวัดบ้านน้ำคำ(สำนักงานสลากกินแบ่งสงเคราะห์ 159) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์
เขต 2
จำนวน 30 คน เป็นนักเรียนชาย 18 คน และนักเรียนหญิง 12 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง
(Purposive Sampling)
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1)บทเรียนออนไลน์ (E-learning)
เรื่อง การนำเสนอข้อมูลโดยใช้โปรแกรมไมโครซอฟท์เอ็กเซล
2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและ เทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์)
สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 14 บทเรียน 2) แผนการจัดการเรียนรู้
เรื่อง การนำเสนอข้อมูลโดยใช้โปรแกรมไมโครซอฟท์เอ็กเซล 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์)
สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 16 แผน 3)แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน เรื่องการนำเสนอข้อมูลโดยใช้โปรแกรมไมโครซอฟท์เอ็กเซล
2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้
การงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์)
สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งเป็นแบบทดสอบ ปรนัยชนิดเลือกตอบ
4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนรู้ด้วยบทเรียนออนไลน์
(E-learning)
เรื่องการนำเสนอข้อมูลโดยใช้โปรแกรมไมโครซอฟท์เอ็กเซล 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์)
สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รูปแบบ
การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงทดลองแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน
วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหา
ค่าร้อยละ
ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน E1/E2
และ E.I. และทดสอบสถิติ Dependent
Sample
ผลการศึกษา พบว่า
1. บทเรียนออนไลน์ (E-learning) เรื่อง การนำเสนอข้อมูลโดยใช้โปรแกรมไมโครซอฟท์เอ็กเซล 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
(คอมพิวเตอร์) สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
มีประสิทธิภาพ
87.36/86.50 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ
80/80
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่
6 ที่เรียนด้วยบทเรียนออนไลน์ (E-learning)
เรื่องการนำเสนอข้อมูลโดยใช้โปรแกรมไมโครซอฟท์เอ็กเซล 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
(คอมพิวเตอร์) หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ที่ระดับ
.05
3. ดัชนีประสิทธิผลของการเรียนด้วยบทเรียนออนไลน์ (E-learning) เรื่องการนำเสนอข้อมูล โดยใช้โปรแกรมไมโครซอฟท์เอ็กเซล 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีค่าเท่ากับ
0.7527 ซึ่งแสดงว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 75.27
4. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยบทเรียนออนไลน์
(E-learning)
เรื่องการนำเสนอข้อมูลโดยใช้โปรแกรมไมโครซอฟท์เอ็กเซล
2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์)
สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อยู่ในระดับมากที่สุด
วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
ชื่อเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการบวก การลบ การคูณ และการหารเศษส่วน
โดยใช้แบบฝึกทักษะ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านแสงเมืองแคน
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555
ผู้วิจัย สุวรรณี สุนทรธีรกุล
ปีการศึกษา 2555
ผลการวิจัยพบว่า
1. แบบฝึกทักษะมีประสิทธิภาพ 85.41/84.83 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่ตั้งไว้
2. ดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะ มีค่าเท่ากับ 0.78 แสดงว่าผู้เรียนมีความรู้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 78
3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ เรื่องการบวก การลบ การคูณ และการหารเศษส่วน โดยใช้แบบฝึกทักษะ อยู่ในระดับมาก
ผู้วิจัย สุวรรณี สุนทรธีรกุล
ปีการศึกษา 2555
บทคัดย่อ
การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการบวก การลบ การคูณและการหารเศษส่วน โดยใช้แบบฝึกทักษะชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านแสงเมืองแคน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ เรื่องการบวก การลบ การคูณ และการหารเศษส่วน โดยใช้แบบฝึกทักษะให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อหาดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก การลบ การคูณ และการหารเศษส่วน 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียน เรื่องการบวก การลบ การคูณ และการหารเศษส่วนโดยใช้แบบฝึกทักษะ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน หลังการใช้แบบฝึกทักษะ เรื่องการบวก การลบ การคูณ และการหารเศษส่วน
ประชากรและกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านแสงเมืองแคนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 จำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 14 แผน แบบฝึกทักษะจำนวน 14 ชุด ชุดละ 3 กิจกรรม รวมทั้งสิ้น 42 กิจกรรม แบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก แบบสอบถามความพึงพอใจ 1 ชุดประกอบด้วยข้อคำถาม 15 ข้อ เป็นแบบมาตรส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานโดยใช้ t-testผลการวิจัยพบว่า
1. แบบฝึกทักษะมีประสิทธิภาพ 85.41/84.83 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่ตั้งไว้
2. ดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะ มีค่าเท่ากับ 0.78 แสดงว่าผู้เรียนมีความรู้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 78
3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ เรื่องการบวก การลบ การคูณ และการหารเศษส่วน โดยใช้แบบฝึกทักษะ อยู่ในระดับมาก
วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555
code หนังสือราชการ สพป.สร.2
<iframe width="500" height="340" src="http://e-filing.srn2.go.th/news_view_office.asp" frameborder="0" allowfullscreen></iframe>
การดำเนินการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม
ชื่อเรื่อง การดำเนินการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมนักเรียนแบบมีส่วนร่วมโรงเรียน
บ้านดู่นาหนองไผ่ อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์
ผู้วิจัย นายคำภู โกฎหอม
บ้านดู่นาหนองไผ่ อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์
ผู้วิจัย นายคำภู โกฎหอม
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิจัย เพื่อดำเนินการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมนักเรียนแบบมีส่วนร่วม โรงเรียนบ้านดู่นาหนองไผ่ อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ เรื่อง คุณธรรมจริยธรรมนักเรียน จำนวน 10 ด้าน ได้แก่ ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความขยัน ความซื่อสัตย์ ความมีสติและละเอียดรอบคอบ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และเสียสละ ความสุภาพ ความยุติธรรม ความมีจิตสำนึกต่อส่วนรวม และความสามัคคี และ คุณค่าและประโยชน์ที่ได้รับจากการดำเนินการพัฒนา ดำเนินการเปรียบเทียบการดำเนินการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียน โรงเรียนบ้านดู่นาหนองไผ่ อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ ตามความคิดเห็นของ ผู้ปกครองนักเรียน นักเรียนและครู กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 89 คน นักเรียนโรงเรียนบ้านดู่นาหนองไผ่ จำนวน 89 คน และครู จำนวน 17 คน รวม 195 คน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินเป็นแบบประเมินมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ( Rating scale) ตามวิธีของลิเคิร์ท ( Likert) หาค่าความเชื่อมั่นของแบบประเมิน โดยใช้วิธีหาค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่น ( Alpha Coefficient ) ตามวิธีของ ครอนบาค( Cronbach)ได้ค่าความเชื่อมั่นแบบทั้งฉบับ เท่ากับ .94 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ สถิติหาคุณภาพของแบบประเมิน สถิติพื้นฐานและสถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
